[Spoil แหงๆ] World Embryo...การ์ตูนที่ชอบเป็นบ้าเป็นหลัง แต่หาคนร่วมสครีมไม่ค่อยจะได้ ภาค 2
posted on 14 Apr 2009 17:33 by duckanddrake
ไม่นึกว่าจะกลับมาเขียนอีกแฮะ หลังจากเขียนแนะนำการ์ตูนที่ตัวเองชอบชนิดเข้าสายเลือดแต่หาคนร่วมชอบหรือแชร์ความเห็นเกี่ยวกับเนื้อเรื่องไม่ค่อยจะได้ไปแล้ว 2 เรื่อง (Pumpkin Scissors กับไคมีร่า) เมื่อเกือบ 3 เดือนก่อนจนนึกว่าคงไม่มีอะไรมาเขียนอีกแล้ว ไม่คิดว่าทำไปทำมาจะได้มีโอกาสมาเจอะเจอการ์ตูนเรื่องใหม่ที่ทำให้รู้สึกคึกคักอยากติดตามชนิดตอนต่อตอนได้เหมือนคราวได้อ่าน Bleach ภาคโซล โซไซตี้เป็นครั้งแรกอีก แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่หาคนร่วมกรี๊ดได้ยากไปนิดก็ตาม (ยิ่งจะให้คุยถึงตอนล่าสุดที่ออกที่ญี่ปุ่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะเมืองไทยเพิ่งออกแค่ 3 เล่ม...ไม่รู้มีคนตามสแกนภาษาอังกฤษมากน้อยแค่ไหนซะด้วยสิ...)
ก็ถือว่าเขียนกระทู้สำหรับหาแนวร่วมคนชอบเรื่องนี้ รวมถึงรีวิวเรื่องให้คนที่ไม่เคยอ่านได้รู้จักละกันครับ...
![]()
![]()

"World Embryo" ผลงานเรื่องใหม่ (ที่จริงๆ ก็เขียนมานานแล้วละ...ตั้งกะปี 2006 แน่ะ) ของอ.โมริยามะ ไดสึเกะ เจ้าของผลงานชิ้นเยี่ยมอย่าง Chrono Crusade ที่สนุกขนาดได้เป็นอนิเมชั่นฉายที่ญี่ปุ่นมาแล้ว...
เรื่องเริ่มขึ้นในโลกยุคปัจจุบันที่วิทยาการสารสนเทศโดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือพัฒนาไปไกลอย่างมากมาย มีไวรัสร้ายแรงชนิดหนึ่งที่ใช้คลื่นสัญญาณมือถือเป็นตัวแพร่เชื้อไปสู่ผู้คน ผู้ที่ติดเชื้อจะกลายเป็น "คังชุ" (ในภาษาญี่ปุ่นเขียนด้วยตัวคันจิว่า "คัง" แปลว่า "โลงศพ" กับ "ชุ" แปลว่า "ปกป้อง" กล้อมแกล้มได้ว่า "ผู้พิทักษ์โลงศพ" ครับ) สัตว์ประหลาดดุร้ายที่สูญสิ้นสามัญสำนึกของมนุษย์และออกโจมตีมนุษย์ด้วยกัน แม้จะมีผู้ตกเป็นเหยื่อการทำร้ายของคังชุและเหยื่อจากการติดเชื้อจนกลายเป็นคังชุเป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่เคยมีข่าวของพวกมันปรากฏในสื่อเลย เนื่องจากเมื่อคังชุตายไป ความทรงจำทั้งหมดของผู้คนที่เกี่ยวกับคังชุนั้นจะถูกลบไปจากสมองจนหมดสิ้น คังชุจึงกลายเป็นมฤตยูเงียบที่คอยคร่าชีวิตผู้คนในญี่ปุ่นไปมากมายโดยไม่มีผู้ใดรู้ตัว...เว้นแต่ "F.L.A.G." องค์กรซึ่งก่อตั้งขึ้นโดย "NEFT" บริษัทมือถือรายใหญ่ของญี่ปุ่นเพื่อป้องกัน ปราบปราม ค้นคว้าวิจัย และสืบสวนเพื่อสาวไปให้ถึง "แหล่งแพร่" อันเป็นต้นกำเนิดเชื้อโรคของเหล่าคังชุให้ได้ โดยมีเหล่าผู้ใช้ "จิงกิ" (ในภาษาญี่ปุ่นเขียนด้วยตัว "จิง" แปลว่า "ดาบ" และ "กิ" แปลว่า "ธง" ) ไอเทมประหลาดที่สามารถหยุดอาการกลายร่างเป็นคังชุของผู้ติดเชื้อ และมอบพลังสำหรับต่อสู้กับเหล่าคังชุให้แก่ผู้ติดเชื้อเหล่านั้นได้ ซึ่งผู้ที่รอดจากการติดเชื้อมาได้ด้วยวิธีนี้จะถูกเรียกว่า "ผู้ใช้จิงกิ"
สถานการณ์เช่นนี้เองที่ดึงดูดให้พระเอกวัยรุ่นของเราตกลงสู่วังวนแห่งการต่อสู้อันไม่รู้จบ...ซึ่งจะเปลี่ยนชีวิตของเขา รวมถึงผู้คนรอบตัวของเขาไปตลอดกาล
"อามามิ ริคุ" เด็กหนุ่มม.ปลายปี 1 ได้รับเมล์ผ่านทางมือถือจาก "อามาเนะ" น้าสาววัยใกล้เคียงกันที่หายสาบสูญไปอย่างลึกลับเมื่อ 2 ปีก่อนในเหตุการณ์ไฟไหม้โรงพยาบาล...ซึ่งสาเหตุคาดกันว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับคังชุ... ภายในเมล์ไม่มีข้อความใดๆ เลย นอกจากภาพถ่ายของหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนกับอามาเนะไม่มีผิด และทิวทัศน์ด้านหลังที่เป็นรูปโรงพยาบาลซึ่งอามาเนะหายตัวไป!!
ริคุมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลนั้นทันที ที่นั่น เขาถูกคังชุจำนวนมากรุมโจมตีจนเกือบเอาตัวไม่รอด โชคดีได้ "โยเฮย์" เพื่อนรุ่นพี่ที่กลายมาเป็นผู้ใช้จิงกิ กับ "เรน่า" คู่หูของโยเฮย์ช่วยเหลือจนรอดชีวิตมาได้ ทว่าระหว่างที่หลบหนี ริคุได้พบกับรังไหมรังหนึ่งภายในสวนของโรงพยาบาล และต้องนำรังไหมนั้นกลับบ้านไปด้วยความโดยบังเอิญ
หลังจากนั้น 1 วันผ่านไป รังไหมนั้นก็ขาดออก ที่ออกมาจากรังไหมนั้นคือเด็กทารกเพศหญิงคนหนึ่งซึ่งมีรูปร่างหน้าตาเหมือนอามาเนะในวัยเด็กราวกับพิมพ์เดียวกัน!!
ริคุสับสนมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งตัวจริงอันน่าเคลือบแคลงของเด็กหญิง ทั้งความทรงจำเกี่ยวกับคังชุที่ได้พบเจอ ทำให้ริคุระแวงว่าเด็กหญิงผู้นี้อาจเกี่ยวข้องอะไรกับพวกปีศาจเหล่านั้นก็ได้ แต่ด้วยหน้าตาที่เหมือนกับอามาเนะ...เด็กสาวที่เขาเคยหลงรัก ก่อนที่พี่สาวของเธอจะมาแต่งงานกับพ่อของเขาซึ่งเป็นพ่อม่ายลูกติด ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เปลี่ยนไป... บวกกับกิริยาไร้เดียงสาของเด็กน้อย ริคุและ "ชิสึรุ" แม่เลี้ยงของริคุพี่สาวของอามาเนะจึงตัดสินใจเลี้ยงเด็กคนนี้ด้วยตัวเอง และตั้งชื่อให้ว่า "เนเน่"
นับแต่วันนั้น ชะตาชีวิตของริคุ...รวมถึงคนรอบข้างของริคุก็บิดผันไปโดยสิ้นเชิง มีตัวละครมากมายเข้ามาเกี่ยวข้องกับเขาและคนรอบข้างตัวเขา ทั้งบรรดาคังชุที่มีเป้าหมายจะจับตัวเนเน่ ทั้งผู้ใช้จิงกิของ F.L.A.G. รวมถึง "ทาคาโอะ" ฆาตกรวัยรุ่นชื่อดังเจ้าของฉายา "ปีศาจ" และเป็นที่รู้จักของ F.L.A.G. ในฐานะ "นักล่าจิงกิ" ที่แย่งชิงจิงกิจากผู้ใช้มาแล้วนับคนไม่ถ้วน
ทั้งนี้ยังไม่นับบุรุษสวมหน้ากากจิ้งจอกผู้อ้างตัวว่าเป็น "แหล่งแพร่" เชื้อคังชุไปตามสัญญาณโทรศัพท์ที่พยายามจะเข้าหาริคุกับเนเน่เช่นเดียวกัน!!
ท่ามกลางวังวนอันขัดแย้งนั้น ริคุต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของคังชุที่พยายามจะจับตัวเนเน่ เป็นเนเน่ที่ใช้พลังประหลาดชุบชีวิตริคุขึ้นมาจากความตายในสภาพของ "คังชุ" ริคุในร่างคังชุอาละวาดไล่ฆ่าฝูงคังชุที่รายล้อมรอบตัวจนหมดสิ้น แม้จะคืนสติได้ในที่สุดด้วยการช่วยเหลือจากโยเฮย์ แต่ริคุก็ถูกควบคุมตัวอย่างแน่นหนาในฐานะ "หนูทดลองหายากที่กลายเป็นคังชุแล้วยังสามารถคงสติความเป็นคนเอาไว้ได้" โยเฮย์ตัดสินใจว่าจะช่วยริคุให้ได้ แม้จะต้องทรยศองค์การก็ตาม หากในวันที่โยเฮย์พยายามหาทางช่วยริคุนั้นเอง ริคุกลับหาทางหนีออกจากองค์การเสียเองเนื่องจากคำยุยงของ "แหล่งแพร่" และความไม่ซื่อสัตย์หน้าเนื้อใจเสือของ "ซาวาโกะ" ผู้อำนวยการของ F.L.A.G.
ระหว่างการหลบหนี ริคุได้เจอกับทาคาโอะซึ่งบุกเข้ามาจะชิงตัวริคุเช่นกัน ตอนนี้เองที่ริคุได้รู้จากปากของทาคาโอะว่าเนเน่นั้นคือ "คิวกิ" (เขียนด้วยตัวคันจิ "คิว" แปลว่า "โลงศพ" (คนละตัวกับตัวคันจิ "คัง" ของคังชุ) และตัว "คิ" แปลว่า "เจ้าหญิง" รวมกันแปลได้ว่า "เจ้าหญิงโลงศพ" ) แม้จะไม่ได้บอกรายละเอียดมาก แต่ริคุก็ได้รู้ว่า "หากเลี้ยงเนเน่ไปเรื่อยๆ จนเติบโตถึงวัย เนเน่ก็จะกลายเป็นพี่อามาเนะ"
ปริศนาเกี่ยวกับ "คิวกิ" นี้จะได้รับการคลี่คลายในภายหลังจากการเผชิญหน้ากับ "แหล่งแพร่" อีกครั้งในอนาคต!!
ผลจากการหลบหนีครั้งนี้ ริคุต้องสูญเสียโยเฮย์ไปอย่างไม่มีวันกลับ เมื่อโยเฮย์ยอมมอบจิงกิของเขาให้กับริคุเพื่อช่วยริคุจากการติดเชื้อคังชุ แต่ตัวโยเฮย์กลับต้องกลายเป็นคังชุไปเสียเอง เนื่องจากขาดจิงกิไว้คอยระงับอาการกลายเป็นคังชุ ริคุจำต้องหลั่งน้ำตาฆ่าโยเฮย์ด้วยมือตัวเอง ก่อนจะรุกไล่ทาคาโอะจนล่าถอยไป
หลังเหตุการณ์วุ่นวายสิ้นสุด ริคุถูกขอร้อง (ที่ค่อนไปในทางขู่บังคับมากกว่า) ให้เข้าร่วมกับ F.L.A.G. ในฐานะผู้ใช้จิงกิขององค์การ แม้จะรู้สึกต่อต้านและไม่ยินยอมพร้อมใจ แต่ริคุก็จำต้องยอมรับ เมื่อถูกเอาหนี้ที่ตัวเองติดค้างโยเฮย์ไว้มาลำเลิก และได้รับรู้ถึง "หนทางที่จะทำให้เนเน่เติบโตมาเป็นพี่อามาเนะ" ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการต่อสู้กับคังชุในแต่ละครั้ง
ด้วยเหตุนี้ ริคุจึงยอมอดทนทำงานเป็นขี้ข้าของ F.L.A.G. ที่ตัวเองรังเกียจ เพื่อเลี้ยงดูให้เนเน่เติบโต ยอมใส่หน้ากาก "หลอกลวง" ทุกคนแม้แต่เพื่อนร่วมงานที่ต้องร่วมเป็นร่วมตายในการต่อสู้กับคังชุ เพื่อปิดบังตัวจริงของเนเน่จากหูตาสับปะรดของ F.L.A.G. จนกว่าเป้าหมายของตนจะเป็นจริง
มีเพียงเรน่า อดีตคู่หูของโยเฮย์ที่บัดนี้กลายมาเป็นคู่หูของริคุเท่านั้นที่รับรู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงในการต่อสู้ของริคุ แต่ก็นิ่งเงียบไว้ไม่ยอมแจ้งให้องค์การได้รับรู้
ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวในเล่ม 1 และเล่ม 2 อันเป็นช่วงปฐมบทของเรื่องราวทั้งหมด และเป็นส่วนที่ปูเนื้อเรื่องและปริศนาต่างๆ ที่จะได้รับการคลี่คลายในอนาคต!!
รู้จักเรื่องนี้เมื่อราวๆ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมานี่เองแหละครับ บังเอิญเห็นเล่ม 3 ที่ออกในช่วงงานสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมา รู้ว่าเป็นผลงานของอ.โมริยามะผู้เขียน Chrono Crusade แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเรื่องเป็นยังไงสนุกแค่ไหน เลยลองเช่าจากร้านมาอ่านก่อน ปรากฏว่าสนุกจนวางไม่ลง บึ่งไปร้านหนังสือซื้อมารวดเดียว 3 เล่ม พร้อมโหลดสแกนมาอ่านต่อจนถึงตอนปัจจุบันที่ญี่ปุ่นเลย
เป็นการ์ตูนที่ทำให้ผมรู้สึกว่า "150 บาทที่ลงทุนไปคราวนี้ไม่เสียเปล่าจริงๆ" (ถึงจะแอบไม่ชอบใจเล็กๆ ที่ดันตัดพวกการ์ตูน 4 ช่องกับข้อมูลตัวละครในปกในทิ้งหมดก็เถอะ แต่นั่นก็เป็นเรื่องระหว่างสำนักพิมพ์ของไทยกับญี่ปุ่น ถ้าทางญี่ปุ่นเค้าโอเคกับแบบนี้ คนอ่านจะไปบ่นมากบางครั้งก็ใช่ที่นั่นแหละครับ)
มองโดยรวมๆ แล้วโทนเรื่องของ World Embryo ถือว่ายังมีส่วนใกล้เคียงกับเรื่อง Chrono Crusade อยู่บ้าง คือเป็นเรื่องของตัวละครเอก 2 คน คนหนึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือกว่าสติปัญญาของมนุษย์ (เทพเจ้า ปีศาจ สัตว์ประหลาด มนุษย์ต่างดาว ฯลฯ) ส่วนอีกคนมนุษย์ธรรมดาที่ถูกดึงเข้ามาพัวพันโดยบังเอิญจนชะตาชีวิตต้องบิดผันไปโดยสิ้นเชิง เป็นสาเหตุของเรื่องราวต่างๆ ที่ประดังเข้ามาตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง แต่ต่างกันที่เรื่อง World Embryo วางโครงเรื่องรวมถึงประเด็นต่างๆ ได้ชัดเจนและลงตัวกว่า Chrono Crusade มาก (หลายคนที่ไม่ชอบ Chrono Crusade มักบอกว่า เรื่องวนไปวนมาดูไม่มีทางออก ไม่ชัดเจน และที่สำคัญ บทตัวละครไม่ลงตัวเอาซะเลย โดยเฉพาะช่วงหลังๆ ถึงใกล้จบที่เขียนเหมือนเร่งคลายปมต่างๆ แบบรีบๆ ไงก็ไม่รู้ ซึ่งก็ยอมรับว่าที่เค้าบ่นๆ มานั่นมันก็จริงอยู่หลายส่วน...แต่ผมกลับยังชอบเรื่องนี้แฮะ คงเพราะไม่ได้ดูเรื่องโดยรวม แต่ดูเฉพาะประเด็นหลักๆ ของเรื่องล่ะมั้ง) ทั้งประเด็นเรื่องของ "แหล่งแพร่" ประเด็นเรื่อง "รังไหม" ประเด็นเรื่องตัวจริงของเนเน่ในฐานะ "คิวกิ" ประเด็นเรื่องการปรากฏตัวครั้งแรกของเหล่าคังชุเมื่อหลายปีก่อน รวมถึงเหตุการณ์ไฟไหม้โรงพยาบาลที่อามาเนะหายสาบสูญไป และปริศนาอื่นๆ อีกมากมายซึ่งผู้เขียนบรรจงใส่ในเนื้อเรื่องได้อย่างลงตัวไม่มีติดขัด ชวนให้เรานึกลุ้นตามไปด้วยว่าปริศนาจะคลี่คลายออกไปในทางใด
และที่สำคัญที่สุด อ.โมริยามะยังคงความยอดเยี่ยมในการเขียนบทดราม่าหรือฉากบีบคั้นอารมณ์ตัวละครได้อย่างยอดเยี่ยมอย่างที่เคยฝากฝีมือไว้ในผลงาน Chrono Crusade มาแล้ว ทั้งฉากที่ริคุได้รู้ความจริงว่าผู้อำนวยการของ F.L.A.G. ที่ภายนอกดูเป็นหญิงสาวใจดี อบอุ่นอ่อนโยนน่าเคารพนับถือ กลับมีโฉมหน้าแท้จริงเป็นหญิงมากเล่ห์เหลี่ยม เลือดเย็น ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตัวเอง จนถึงฉากที่ริคุโดนบีบให้ทำงานให้กับ F.L.A.G. นั้นให้อารมณ์บีบคั้นดีจริงๆ อ่านแล้วทั้งหมั่นไส้ยัยผู้อำนวยการแบบสุดๆ เข้าใจแจ่มแจ้งเลยว่าทำไมริคุถึงได้รังเกียจ F.L.A.G. และอึดอัดที่จะต้องทำงานกับ F.L.A.G. ถึงขนาดนั้นแม้จะไม่มีเรื่องความลับของเนเน่เข้ามาเกี่ยวข้องก็ตาม ยิ่งถ้าได้อ่านถึงเนื้อเรื่องช่วงตอนล่าสุด (ตอนที่ 42) แล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง สีหน้าของริคุขณะพูดกับผอ.ซาวาโกะในตอนนั้นมันสื่ออารมณ์ "กรูทนไม่ไหวแล้วโว้ย" ออกมาเต็มๆ แบบไม่ปิดบังจริงๆ
ซึ่งตรงนี้ก็ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับบรรดาผู้นำที่ชอบกดขี่ลูกน้องหรือบีบลูกน้องต่างๆ นานาได้ดีทีเดียวครับ ว่าหากเราไปบีบคนที่ด้อยกว่าเราทุกทางเพียงเพราะถือว่าตัวเองเป็น "หัวหน้า" มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายทุกอย่างของ "ลูกน้อง" ด้วยความลำพองคิดว่าเขาไม่มีทางทำอะไรเราได้ละก็ คงมีสักวันที่จะถูกลูกน้องที่เราคิดว่าด้อยกว่านั่นแหละแว้งกัดเอาถึงตายหรืออย่างเบาะๆ ก็สาหัส
เพราะไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทใดก็ตาม ลองได้ถูกไล่ต้อนทุกทางถึงขั้นไม่มีทางไปทั้งซ้ายขวาหรือหลัง ย่อมเหลือทางเลือกเพียงอย่างเดียว นั่นคือ "กระโจนเข้าใส่ผู้ไล่ต้อนแล้วขย้ำจนตายเพื่อเปิดทางหนีให้ตัวเอง"
จริงๆ ยังมีประเด็นเรื่อง "การหลอกลวง" หรือ "คำโกหก" อีกเรื่องหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นใจความสำคัญอีกหนึ่งของเรื่องนี้ แต่ขืนพูดตรงนี้คงกลายเป็นยาวเฟื้อยเกินไปแน่ๆ (แค่นี้ก็ยาวจนต้องตัดประโยคลงแล้ว) เพราะงั้นขอจบรีวิวแค่ตรงนี้ดีกว่าครับ
โดยสรุปสำหรับตัวผมเองแล้ว ชอบเรื่องนี้มากครับ ทั้งเนื้อเรื่อง ทั้งลายเส้น ทั้งตัวละคร โดยเฉพาะตัวเอกอย่างริคุที่ดูเผินๆ เหมือนเด็กผู้ชายธรรมดา แต่ชีวิตดันมืดมนสุดๆ ไม่เชื่อใจเพื่อนร่วมงาน ไม่เชื่อใจองค์การ แถมยังประกาศก้องอย่างโฉดว่าพร้อมจะแว้งกัดองค์การตลอดเวลาหากเห็นผิดท่า โชคยังดีที่มีชิสึรุ เรน่า เนเน่ รวมถึงเพื่อนคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ผู้ใช้จิงกิคอยถ่วงด้านมืดไว้ไม่ให้ถลำลึกลงไปซะทีเดียว...เว้นแต่ตอนล่าสุดนี่แหละ ที่ขาน้องแกร่ำๆ จะก้าวเข้าสู่ด้านมืดเต็มที่อยู่แล้ว (ซึ่งผมก็เข้าใจนะว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น...ก็ทั้งเรื่องนี่ยัยประธานทำตัวแบบว่า...เป็นผมผมก็น็อตหลุดอ้ะ...) เรียกว่าถ้าพูดแบบอารมณ์เรื่องหงสาฯ คงต้องบอกเลยว่า "ยินดีต้อนรับสู่ก้าวแรกแห่งขอบเขตความคิดของ Antihero"
ที่เหลือตอนนี้ก็รออ่านตอน 43 ภาษาญี่ปุ่นที่จะออกปลายเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ และเล่ม 4 ภาษาไทยต่อไปโลดครับ
)

เรื่องนี้ข้าพเจ้าก็ชอบค่ะ (ชอบงานอาจารย์ท่านนี้มาตั้งแต่Chrno Crusade ที่นำเสนออารมณ์ได้กินใจมากๆ)
แต่สำหรับเรื่องนี้ ตามเพราะเนเน่เป็นหลักเลยทีเดียว (แม่หนูน่าร้ากกกกกกก)
#1 By SadoZ on 2009-04-14 19:26