ไม่นึกว่าจะกลับมาเขียนอีกแฮะ หลังจากเขียนแนะนำการ์ตูนที่ตัวเองชอบชนิดเข้าสายเลือดแต่หาคนร่วมชอบหรือแชร์ความเห็นเกี่ยวกับเนื้อเรื่องไม่ค่อยจะได้ไปแล้ว 2 เรื่อง (Pumpkin Scissors กับไคมีร่า) เมื่อเกือบ 3 เดือนก่อนจนนึกว่าคงไม่มีอะไรมาเขียนอีกแล้ว ไม่คิดว่าทำไปทำมาจะได้มีโอกาสมาเจอะเจอการ์ตูนเรื่องใหม่ที่ทำให้รู้สึกคึกคักอยากติดตามชนิดตอนต่อตอนได้เหมือนคราวได้อ่าน Bleach ภาคโซล โซไซตี้เป็นครั้งแรกอีก แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่หาคนร่วมกรี๊ดได้ยากไปนิดก็ตาม (ยิ่งจะให้คุยถึงตอนล่าสุดที่ออกที่ญี่ปุ่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะเมืองไทยเพิ่งออกแค่ 3 เล่ม...ไม่รู้มีคนตามสแกนภาษาอังกฤษมากน้อยแค่ไหนซะด้วยสิ...)

ก็ถือว่าเขียนกระทู้สำหรับหาแนวร่วมคนชอบเรื่องนี้ รวมถึงรีวิวเรื่องให้คนที่ไม่เคยอ่านได้รู้จักละกันครับ...

 




"World Embryo" ผลงานเรื่องใหม่ (ที่จริงๆ ก็เขียนมานานแล้วละ...ตั้งกะปี 2006 แน่ะ) ของอ.โมริยามะ ไดสึเกะ เจ้าของผลงานชิ้นเยี่ยมอย่าง Chrono Crusade ที่สนุกขนาดได้เป็นอนิเมชั่นฉายที่ญี่ปุ่นมาแล้ว...

เรื่องเริ่มขึ้นในโลกยุคปัจจุบันที่วิทยาการสารสนเทศโดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือพัฒนาไปไกลอย่างมากมาย มีไวรัสร้ายแรงชนิดหนึ่งที่ใช้คลื่นสัญญาณมือถือเป็นตัวแพร่เชื้อไปสู่ผู้คน ผู้ที่ติดเชื้อจะกลายเป็น "คังชุ" (ในภาษาญี่ปุ่นเขียนด้วยตัวคันจิว่า "คัง" แปลว่า "โลงศพ" กับ "ชุ" แปลว่า "ปกป้อง" กล้อมแกล้มได้ว่า "ผู้พิทักษ์โลงศพ" ครับ) สัตว์ประหลาดดุร้ายที่สูญสิ้นสามัญสำนึกของมนุษย์และออกโจมตีมนุษย์ด้วยกัน แม้จะมีผู้ตกเป็นเหยื่อการทำร้ายของคังชุและเหยื่อจากการติดเชื้อจนกลายเป็นคังชุเป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่เคยมีข่าวของพวกมันปรากฏในสื่อเลย เนื่องจากเมื่อคังชุตายไป ความทรงจำทั้งหมดของผู้คนที่เกี่ยวกับคังชุนั้นจะถูกลบไปจากสมองจนหมดสิ้น คังชุจึงกลายเป็นมฤตยูเงียบที่คอยคร่าชีวิตผู้คนในญี่ปุ่นไปมากมายโดยไม่มีผู้ใดรู้ตัว...เว้นแต่ "F.L.A.G." องค์กรซึ่งก่อตั้งขึ้นโดย "NEFT" บริษัทมือถือรายใหญ่ของญี่ปุ่นเพื่อป้องกัน ปราบปราม ค้นคว้าวิจัย และสืบสวนเพื่อสาวไปให้ถึง "แหล่งแพร่" อันเป็นต้นกำเนิดเชื้อโรคของเหล่าคังชุให้ได้ โดยมีเหล่าผู้ใช้ "จิงกิ" (ในภาษาญี่ปุ่นเขียนด้วยตัว "จิง" แปลว่า "ดาบ" และ "กิ" แปลว่า "ธง" ) ไอเทมประหลาดที่สามารถหยุดอาการกลายร่างเป็นคังชุของผู้ติดเชื้อ และมอบพลังสำหรับต่อสู้กับเหล่าคังชุให้แก่ผู้ติดเชื้อเหล่านั้นได้ ซึ่งผู้ที่รอดจากการติดเชื้อมาได้ด้วยวิธีนี้จะถูกเรียกว่า "ผู้ใช้จิงกิ"

สถานการณ์เช่นนี้เองที่ดึงดูดให้พระเอกวัยรุ่นของเราตกลงสู่วังวนแห่งการต่อสู้อันไม่รู้จบ...ซึ่งจะเปลี่ยนชีวิตของเขา รวมถึงผู้คนรอบตัวของเขาไปตลอดกาล

"อามามิ ริคุ" เด็กหนุ่มม.ปลายปี 1 ได้รับเมล์ผ่านทางมือถือจาก "อามาเนะ" น้าสาววัยใกล้เคียงกันที่หายสาบสูญไปอย่างลึกลับเมื่อ 2 ปีก่อนในเหตุการณ์ไฟไหม้โรงพยาบาล...ซึ่งสาเหตุคาดกันว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับคังชุ... ภายในเมล์ไม่มีข้อความใดๆ เลย นอกจากภาพถ่ายของหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนกับอามาเนะไม่มีผิด และทิวทัศน์ด้านหลังที่เป็นรูปโรงพยาบาลซึ่งอามาเนะหายตัวไป!!

ริคุมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลนั้นทันที ที่นั่น เขาถูกคังชุจำนวนมากรุมโจมตีจนเกือบเอาตัวไม่รอด โชคดีได้ "โยเฮย์" เพื่อนรุ่นพี่ที่กลายมาเป็นผู้ใช้จิงกิ กับ "เรน่า" คู่หูของโยเฮย์ช่วยเหลือจนรอดชีวิตมาได้ ทว่าระหว่างที่หลบหนี ริคุได้พบกับรังไหมรังหนึ่งภายในสวนของโรงพยาบาล และต้องนำรังไหมนั้นกลับบ้านไปด้วยความโดยบังเอิญ

หลังจากนั้น 1 วันผ่านไป รังไหมนั้นก็ขาดออก ที่ออกมาจากรังไหมนั้นคือเด็กทารกเพศหญิงคนหนึ่งซึ่งมีรูปร่างหน้าตาเหมือนอามาเนะในวัยเด็กราวกับพิมพ์เดียวกัน!!

ริคุสับสนมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งตัวจริงอันน่าเคลือบแคลงของเด็กหญิง ทั้งความทรงจำเกี่ยวกับคังชุที่ได้พบเจอ ทำให้ริคุระแวงว่าเด็กหญิงผู้นี้อาจเกี่ยวข้องอะไรกับพวกปีศาจเหล่านั้นก็ได้ แต่ด้วยหน้าตาที่เหมือนกับอามาเนะ...เด็กสาวที่เขาเคยหลงรัก ก่อนที่พี่สาวของเธอจะมาแต่งงานกับพ่อของเขาซึ่งเป็นพ่อม่ายลูกติด ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เปลี่ยนไป... บวกกับกิริยาไร้เดียงสาของเด็กน้อย ริคุและ "ชิสึรุ" แม่เลี้ยงของริคุพี่สาวของอามาเนะจึงตัดสินใจเลี้ยงเด็กคนนี้ด้วยตัวเอง และตั้งชื่อให้ว่า "เนเน่"

นับแต่วันนั้น ชะตาชีวิตของริคุ...รวมถึงคนรอบข้างของริคุก็บิดผันไปโดยสิ้นเชิง มีตัวละครมากมายเข้ามาเกี่ยวข้องกับเขาและคนรอบข้างตัวเขา ทั้งบรรดาคังชุที่มีเป้าหมายจะจับตัวเนเน่ ทั้งผู้ใช้จิงกิของ F.L.A.G. รวมถึง "ทาคาโอะ" ฆาตกรวัยรุ่นชื่อดังเจ้าของฉายา "ปีศาจ" และเป็นที่รู้จักของ F.L.A.G. ในฐานะ "นักล่าจิงกิ" ที่แย่งชิงจิงกิจากผู้ใช้มาแล้วนับคนไม่ถ้วน

ทั้งนี้ยังไม่นับบุรุษสวมหน้ากากจิ้งจอกผู้อ้างตัวว่าเป็น "แหล่งแพร่" เชื้อคังชุไปตามสัญญาณโทรศัพท์ที่พยายามจะเข้าหาริคุกับเนเน่เช่นเดียวกัน!!

ท่ามกลางวังวนอันขัดแย้งนั้น ริคุต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของคังชุที่พยายามจะจับตัวเนเน่ เป็นเนเน่ที่ใช้พลังประหลาดชุบชีวิตริคุขึ้นมาจากความตายในสภาพของ "คังชุ" ริคุในร่างคังชุอาละวาดไล่ฆ่าฝูงคังชุที่รายล้อมรอบตัวจนหมดสิ้น แม้จะคืนสติได้ในที่สุดด้วยการช่วยเหลือจากโยเฮย์ แต่ริคุก็ถูกควบคุมตัวอย่างแน่นหนาในฐานะ "หนูทดลองหายากที่กลายเป็นคังชุแล้วยังสามารถคงสติความเป็นคนเอาไว้ได้" โยเฮย์ตัดสินใจว่าจะช่วยริคุให้ได้ แม้จะต้องทรยศองค์การก็ตาม หากในวันที่โยเฮย์พยายามหาทางช่วยริคุนั้นเอง ริคุกลับหาทางหนีออกจากองค์การเสียเองเนื่องจากคำยุยงของ "แหล่งแพร่" และความไม่ซื่อสัตย์หน้าเนื้อใจเสือของ "ซาวาโกะ" ผู้อำนวยการของ F.L.A.G.

ระหว่างการหลบหนี ริคุได้เจอกับทาคาโอะซึ่งบุกเข้ามาจะชิงตัวริคุเช่นกัน ตอนนี้เองที่ริคุได้รู้จากปากของทาคาโอะว่าเนเน่นั้นคือ "คิวกิ" (เขียนด้วยตัวคันจิ "คิว" แปลว่า "โลงศพ" (คนละตัวกับตัวคันจิ "คัง" ของคังชุ) และตัว "คิ" แปลว่า "เจ้าหญิง" รวมกันแปลได้ว่า "เจ้าหญิงโลงศพ" ) แม้จะไม่ได้บอกรายละเอียดมาก แต่ริคุก็ได้รู้ว่า "หากเลี้ยงเนเน่ไปเรื่อยๆ จนเติบโตถึงวัย เนเน่ก็จะกลายเป็นพี่อามาเนะ"

ปริศนาเกี่ยวกับ "คิวกิ" นี้จะได้รับการคลี่คลายในภายหลังจากการเผชิญหน้ากับ "แหล่งแพร่" อีกครั้งในอนาคต!!

ผลจากการหลบหนีครั้งนี้ ริคุต้องสูญเสียโยเฮย์ไปอย่างไม่มีวันกลับ เมื่อโยเฮย์ยอมมอบจิงกิของเขาให้กับริคุเพื่อช่วยริคุจากการติดเชื้อคังชุ แต่ตัวโยเฮย์กลับต้องกลายเป็นคังชุไปเสียเอง เนื่องจากขาดจิงกิไว้คอยระงับอาการกลายเป็นคังชุ ริคุจำต้องหลั่งน้ำตาฆ่าโยเฮย์ด้วยมือตัวเอง ก่อนจะรุกไล่ทาคาโอะจนล่าถอยไป

หลังเหตุการณ์วุ่นวายสิ้นสุด ริคุถูกขอร้อง (ที่ค่อนไปในทางขู่บังคับมากกว่า) ให้เข้าร่วมกับ F.L.A.G. ในฐานะผู้ใช้จิงกิขององค์การ แม้จะรู้สึกต่อต้านและไม่ยินยอมพร้อมใจ แต่ริคุก็จำต้องยอมรับ เมื่อถูกเอาหนี้ที่ตัวเองติดค้างโยเฮย์ไว้มาลำเลิก และได้รับรู้ถึง "หนทางที่จะทำให้เนเน่เติบโตมาเป็นพี่อามาเนะ" ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการต่อสู้กับคังชุในแต่ละครั้ง

ด้วยเหตุนี้ ริคุจึงยอมอดทนทำงานเป็นขี้ข้าของ F.L.A.G. ที่ตัวเองรังเกียจ เพื่อเลี้ยงดูให้เนเน่เติบโต ยอมใส่หน้ากาก "หลอกลวง" ทุกคนแม้แต่เพื่อนร่วมงานที่ต้องร่วมเป็นร่วมตายในการต่อสู้กับคังชุ เพื่อปิดบังตัวจริงของเนเน่จากหูตาสับปะรดของ F.L.A.G. จนกว่าเป้าหมายของตนจะเป็นจริง

มีเพียงเรน่า อดีตคู่หูของโยเฮย์ที่บัดนี้กลายมาเป็นคู่หูของริคุเท่านั้นที่รับรู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงในการต่อสู้ของริคุ แต่ก็นิ่งเงียบไว้ไม่ยอมแจ้งให้องค์การได้รับรู้

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวในเล่ม 1 และเล่ม 2 อันเป็นช่วงปฐมบทของเรื่องราวทั้งหมด และเป็นส่วนที่ปูเนื้อเรื่องและปริศนาต่างๆ ที่จะได้รับการคลี่คลายในอนาคต!!

รู้จักเรื่องนี้เมื่อราวๆ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมานี่เองแหละครับ บังเอิญเห็นเล่ม 3 ที่ออกในช่วงงานสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมา รู้ว่าเป็นผลงานของอ.โมริยามะผู้เขียน Chrono Crusade แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเรื่องเป็นยังไงสนุกแค่ไหน เลยลองเช่าจากร้านมาอ่านก่อน ปรากฏว่าสนุกจนวางไม่ลง บึ่งไปร้านหนังสือซื้อมารวดเดียว 3 เล่ม พร้อมโหลดสแกนมาอ่านต่อจนถึงตอนปัจจุบันที่ญี่ปุ่นเลย

เป็นการ์ตูนที่ทำให้ผมรู้สึกว่า "150 บาทที่ลงทุนไปคราวนี้ไม่เสียเปล่าจริงๆ" (ถึงจะแอบไม่ชอบใจเล็กๆ ที่ดันตัดพวกการ์ตูน 4 ช่องกับข้อมูลตัวละครในปกในทิ้งหมดก็เถอะ แต่นั่นก็เป็นเรื่องระหว่างสำนักพิมพ์ของไทยกับญี่ปุ่น ถ้าทางญี่ปุ่นเค้าโอเคกับแบบนี้ คนอ่านจะไปบ่นมากบางครั้งก็ใช่ที่นั่นแหละครับ)

มองโดยรวมๆ แล้วโทนเรื่องของ World Embryo ถือว่ายังมีส่วนใกล้เคียงกับเรื่อง Chrono Crusade อยู่บ้าง คือเป็นเรื่องของตัวละครเอก 2 คน คนหนึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือกว่าสติปัญญาของมนุษย์ (เทพเจ้า ปีศาจ สัตว์ประหลาด มนุษย์ต่างดาว ฯลฯ) ส่วนอีกคนมนุษย์ธรรมดาที่ถูกดึงเข้ามาพัวพันโดยบังเอิญจนชะตาชีวิตต้องบิดผันไปโดยสิ้นเชิง เป็นสาเหตุของเรื่องราวต่างๆ ที่ประดังเข้ามาตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง แต่ต่างกันที่เรื่อง World Embryo วางโครงเรื่องรวมถึงประเด็นต่างๆ ได้ชัดเจนและลงตัวกว่า Chrono Crusade มาก (หลายคนที่ไม่ชอบ Chrono Crusade มักบอกว่า เรื่องวนไปวนมาดูไม่มีทางออก ไม่ชัดเจน และที่สำคัญ บทตัวละครไม่ลงตัวเอาซะเลย โดยเฉพาะช่วงหลังๆ ถึงใกล้จบที่เขียนเหมือนเร่งคลายปมต่างๆ แบบรีบๆ ไงก็ไม่รู้ ซึ่งก็ยอมรับว่าที่เค้าบ่นๆ มานั่นมันก็จริงอยู่หลายส่วน...แต่ผมกลับยังชอบเรื่องนี้แฮะ คงเพราะไม่ได้ดูเรื่องโดยรวม แต่ดูเฉพาะประเด็นหลักๆ ของเรื่องล่ะมั้ง) ทั้งประเด็นเรื่องของ "แหล่งแพร่" ประเด็นเรื่อง "รังไหม" ประเด็นเรื่องตัวจริงของเนเน่ในฐานะ "คิวกิ" ประเด็นเรื่องการปรากฏตัวครั้งแรกของเหล่าคังชุเมื่อหลายปีก่อน รวมถึงเหตุการณ์ไฟไหม้โรงพยาบาลที่อามาเนะหายสาบสูญไป และปริศนาอื่นๆ อีกมากมายซึ่งผู้เขียนบรรจงใส่ในเนื้อเรื่องได้อย่างลงตัวไม่มีติดขัด ชวนให้เรานึกลุ้นตามไปด้วยว่าปริศนาจะคลี่คลายออกไปในทางใด

และที่สำคัญที่สุด อ.โมริยามะยังคงความยอดเยี่ยมในการเขียนบทดราม่าหรือฉากบีบคั้นอารมณ์ตัวละครได้อย่างยอดเยี่ยมอย่างที่เคยฝากฝีมือไว้ในผลงาน Chrono Crusade มาแล้ว ทั้งฉากที่ริคุได้รู้ความจริงว่าผู้อำนวยการของ F.L.A.G. ที่ภายนอกดูเป็นหญิงสาวใจดี อบอุ่นอ่อนโยนน่าเคารพนับถือ กลับมีโฉมหน้าแท้จริงเป็นหญิงมากเล่ห์เหลี่ยม เลือดเย็น ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตัวเอง จนถึงฉากที่ริคุโดนบีบให้ทำงานให้กับ F.L.A.G. นั้นให้อารมณ์บีบคั้นดีจริงๆ อ่านแล้วทั้งหมั่นไส้ยัยผู้อำนวยการแบบสุดๆ เข้าใจแจ่มแจ้งเลยว่าทำไมริคุถึงได้รังเกียจ F.L.A.G. และอึดอัดที่จะต้องทำงานกับ F.L.A.G. ถึงขนาดนั้นแม้จะไม่มีเรื่องความลับของเนเน่เข้ามาเกี่ยวข้องก็ตาม ยิ่งถ้าได้อ่านถึงเนื้อเรื่องช่วงตอนล่าสุด (ตอนที่ 42) แล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง สีหน้าของริคุขณะพูดกับผอ.ซาวาโกะในตอนนั้นมันสื่ออารมณ์ "กรูทนไม่ไหวแล้วโว้ย" ออกมาเต็มๆ แบบไม่ปิดบังจริงๆ

ซึ่งตรงนี้ก็ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับบรรดาผู้นำที่ชอบกดขี่ลูกน้องหรือบีบลูกน้องต่างๆ นานาได้ดีทีเดียวครับ ว่าหากเราไปบีบคนที่ด้อยกว่าเราทุกทางเพียงเพราะถือว่าตัวเองเป็น "หัวหน้า" มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายทุกอย่างของ "ลูกน้อง" ด้วยความลำพองคิดว่าเขาไม่มีทางทำอะไรเราได้ละก็ คงมีสักวันที่จะถูกลูกน้องที่เราคิดว่าด้อยกว่านั่นแหละแว้งกัดเอาถึงตายหรืออย่างเบาะๆ ก็สาหัส

เพราะไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทใดก็ตาม ลองได้ถูกไล่ต้อนทุกทางถึงขั้นไม่มีทางไปทั้งซ้ายขวาหรือหลัง ย่อมเหลือทางเลือกเพียงอย่างเดียว นั่นคือ "กระโจนเข้าใส่ผู้ไล่ต้อนแล้วขย้ำจนตายเพื่อเปิดทางหนีให้ตัวเอง"

จริงๆ ยังมีประเด็นเรื่อง "การหลอกลวง" หรือ "คำโกหก" อีกเรื่องหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นใจความสำคัญอีกหนึ่งของเรื่องนี้ แต่ขืนพูดตรงนี้คงกลายเป็นยาวเฟื้อยเกินไปแน่ๆ (แค่นี้ก็ยาวจนต้องตัดประโยคลงแล้ว) เพราะงั้นขอจบรีวิวแค่ตรงนี้ดีกว่าครับ


โดยสรุปสำหรับตัวผมเองแล้ว ชอบเรื่องนี้มากครับ ทั้งเนื้อเรื่อง ทั้งลายเส้น ทั้งตัวละคร โดยเฉพาะตัวเอกอย่างริคุที่ดูเผินๆ เหมือนเด็กผู้ชายธรรมดา แต่ชีวิตดันมืดมนสุดๆ ไม่เชื่อใจเพื่อนร่วมงาน ไม่เชื่อใจองค์การ แถมยังประกาศก้องอย่างโฉดว่าพร้อมจะแว้งกัดองค์การตลอดเวลาหากเห็นผิดท่า โชคยังดีที่มีชิสึรุ เรน่า เนเน่ รวมถึงเพื่อนคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ผู้ใช้จิงกิคอยถ่วงด้านมืดไว้ไม่ให้ถลำลึกลงไปซะทีเดียว...เว้นแต่ตอนล่าสุดนี่แหละ ที่ขาน้องแกร่ำๆ จะก้าวเข้าสู่ด้านมืดเต็มที่อยู่แล้ว (ซึ่งผมก็เข้าใจนะว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น...ก็ทั้งเรื่องนี่ยัยประธานทำตัวแบบว่า...เป็นผมผมก็น็อตหลุดอ้ะ...) เรียกว่าถ้าพูดแบบอารมณ์เรื่องหงสาฯ คงต้องบอกเลยว่า "ยินดีต้อนรับสู่ก้าวแรกแห่งขอบเขตความคิดของ Antihero"

ที่เหลือตอนนี้ก็รออ่านตอน 43 ภาษาญี่ปุ่นที่จะออกปลายเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ และเล่ม 4 ภาษาไทยต่อไปโลดครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ้วววว

เรื่องนี้ข้าพเจ้าก็ชอบค่ะ (ชอบงานอาจารย์ท่านนี้มาตั้งแต่Chrno Crusade ที่นำเสนออารมณ์ได้กินใจมากๆ)

แต่สำหรับเรื่องนี้ ตามเพราะเนเน่เป็นหลักเลยทีเดียว (แม่หนูน่าร้ากกกกกกก)

#1 By SadoZ on 2009-04-14 19:26

ชอบเรื่องนี้มากค่าาาาาาาา
สาเหตุหลักที่ตามคงเพราะอ.คนวาด ชอบงานแกมานานแล้ว
และน้องริคุ (นี่หลักๆเลย) น้องเค้าไม่ค่อยเหมือนพระเอกคนไหนๆดี ดูเป็นคนธรรมดาที่มีเืลือดเนื้อ มีอารมณ์ความรู้สึกเหมือนเด็กหนุ่มทั่วไป
(ลุคตอนแรกนี่ดูเป็นนายแว่นสุดเชยมากๆ พอโดนคังชุเ้ข้าไปใช้จิงกิได้เท่านั้นแหละ....โอ้ว เท่มากน้อง)

แต่ไม่ได้ตามสปอยล่ะค่ะ รออ่านรวมเล่มเอาsad smile

วิจารณ์ได้ละเอียดลงลึกมากๆเลยค่าsurprised smile

#2 By ☆ ツバサ ★ on 2009-04-14 21:42

เคยโหลดสแกนมาอ่านถึงเ้ล่ม3มานานจนเกือบจะลืมไปแล้วนะเนี่ย เรื่องนี้

รู้สึกจี๊ดๆตอนท้ายเล่ม2 ตั้งแต่ตอนที่โยเฮย์มอบจินกิให้ริคุ กับตรงที่ริคุรู้ว่าชิสึรุลืมโยเฮย์ไปแล้ว เศร้าแสรด...

พอเห็นดาร์คเอามารีวิวแบบนี้ชักอยากหามาอ่านต่อแล้วแฮะ

เอ้า สาดซะหน่อย ตามเทศกาล
ขันน้ำ ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ

#3 By Kaiser on 2009-04-15 01:38

me/ จับมือด้วยความปลาบปลื้ม

เราก็อ่านค่ะ! ชอบมากด้วย!
หาแนวร่วมคนอื่นๆไม่ได้ซักที(นอกจากน้อง)

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีมากในความคิดเห็นของเราค่ะ
ยิ่งตอนอ่านเล่ม 2 จบนี่ค้างไปหลายวิฯเลยทีเดียว

สาดน้ำสงกรานต์หน่อยค่า~

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#4 By Luna_N#N.Noz on 2009-04-15 13:42

แต่ผมชอบไคมีร่ามาก ๆ เลยนะครับ แต่หาแบบแปล eng อ่านไม่ไ้ด้ อยากอ่านสปอยมากเลย เพราะกว่า NED จะออกจบคงอีกนาน...

#5 By xyz (125.24.183.238) on 2009-04-26 00:02

เห็นหน้าซังกะตายกับ [แววตานิ่งงันไร้ซึ่งอารมณ์ราวกับตุ๊กตาแก้ว] ของพระเอกบนปกนี้แล้ว...ผมนึกถึงดาบอุล sad smile

น่าสนใจนะครับ คีย์เวิร์ดที่ติดใจผมมากที่สุดคือคำว่าแอนติฮีโร่นี่แหละ ถ้าเป็นแอนติฮีโร่แบบที่เป็นผู้ใหญ่หน่อย เสียดสีชาวบ้านบ่อยๆ แล้วก็จิตตกให้มันน้อยๆ หน่อย ผมจะชอบมากเลย
-----------------------------
ความคิดผม แม้โครงเรื่องของ Chrono Crusade จะเป็นแฟนตาซีแนวกู้โลก แต่ประเด็นหลักที่ อ.แกเน้นมาก คือความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครเอก ยิ่งกว่าแนวคิด-โลกทัศน์ทางแฟนตาซีเป็นไหนๆ

พูดอีกอย่างคือ โลกของ Chrono Crusade นี่...หมุนรอบตัวเอกสองคนครับ การกระทำของตัวละครอื่นจะส่งผลกระทบต่อโครโน-โรเซ็ตโดยตรง เป็นการจำกัดสเกลเรื่องไปในตัว

ดังนั้นการที่ อ. โมริยามะ อัดบทให้โครโน-โรเซ็ต รับไปเต็มๆ ในช่วงเล่มสุดท้าย ผมก็ว่าเป็นทางออกที่เหมาะสมกับแนวทางของเรื่องแล้วล่ะครับ big smile


(ตัวอย่างของเนื้อเรื่องแฟนตาซีที่เน้นแนวคิดในสเกลกว้าง ควบคู่ไปกับความสัมพันธ์ในโลกส่วนตัวของตัวเอก

ที่ทำออกมาแล้วแป๊ก เช่น FF8
ที่ทำออกมาแล้วเมพ เช่น FMA)

big smile
^^
^^
^^
เหมือนขนาดนั้นเชียวเหรอครับ sad smile

แต่ก็ถูกนะครับที่ว่าดูซังกะตาย เพราะหมอนี่นอกจากจะแหลได้โล่แล้ว ชีวิตยังสิ้นหวังได้โล่อีกตะหาก ประมาณว่าหลังจากอามาเนะหายตัวไปนี่ หมอก็แทบดิ่งลงเหวไปเลย แถมยังเจอโน่นเจอนี่รุมเร้าซะจนแทบอยากจะตะโกน "สิ้นหวังแล้วๆ!!" แทนอ.เซ็ตสึโบให้รู้แล้วรู้รอด (ยังดีที่พอเวลาผ่านไปนานเข้าก็ยังเริ่มทำใจได้บ้าง แต่ลึกๆ ก็ยังรู้สึกสิ้นหวังแล้วก็เจ็บปวดกับการสูญเสียอยู่ดี)

เรื่องกลายเป็น Antihero รึเปล่านี่ผมเองก็อยากลุ้นเหมือนกันครับ ผมรู้สึกว่าริคุในตอนนี้ยังเป็นพวกอยู่กึ่งๆ ระหว่างสนธยา (ยืมคำแปล Black Lagoon ใช้เฉยเลย sad smile) คือมีแนวโน้มว่าจะเป็นแต่ยังไม่ได้เป็นแบบเต็มตัวจริงๆ (รายละเอียดอยู่ในเล่ม 4 ครับ) ไม่ใช่ประเภทช่างเสียดสีถากถาง แต่จะออกแนวเงียบๆ ขรึมๆ ไม่ยอมเปิดใจให้เพื่อนร่วมทีม พร้อมจะโกหกหรือหลอกลวงทุกๆ คนเพื่อเป้าหมายของตัวเองมากกว่า

ก็คงต้องรอลุ้นละครับว่าอ.โมริยามะจะขีดเส้นทางเดินสายไหนให้ริคุในตอนต่อๆ ไป (ไม่รู้ที่ญี่ปุ่นเป็นไงนะครับ แต่ในเมืองไทย...เท่าที่ผมตั้งกระทู้ไว้ในบอร์ดพันทิพ...มีหลายคนเหมือนกันที่ชอบริคุในตอนนี้ พอๆ กับที่มีคนติดภาพโรเซ็ตซะจนไม่ชอบริคุไปเลยนั่นละ)

#7 By Drake on 2009-04-30 00:57