คิดว่าไม่ว่าใครก็คงจะมีแน่ การ์ตูน (หรืออย่างอื่นนอกจากการ์ตูน) ที่ชอบจริงๆ ชอบเป็นบ้าเป็นหลัง แต่หาพ่อยกแม่ยกมาร่วมแชร์ความเห็นหรือความชอบไม่ค่อยจะได้...ไม่ว่าจะเพราะโดนรัศมีการ์ตูนโครตดังเรื่องอื่นอย่าง นารุโตะ, Bleach, One Piece ฯลฯ บดบัง หรือเพราะไม่ค่อยมีคนพูดถึง คนชอบก็ชอบอยู่เงียบๆ ไม่ได้ปึงปังกรี๊ดกร๊าดอะไรนักหนาเหมือนหลายๆ เรื่องที่ยกตัวอย่างมาข้างบน

สำหรับผมก็มีการ์ตูนแบบนั้นอยู่เหมือนกัน ที่อยู่ในใจจริงๆ ตอนนี้ก็มี 2 เรื่องนี้ครับ



1. Pumpkin Scissors

ตะไกรไชฟักทอง...หรือชื่อจริงๆ ในภาษาไทยคือ "หน่วยพิทักษ์ธรณิน" เรื่องแนวสงครามย้อนยุคในโลกสมมติที่ใช้บรรยากาศประมาณช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ถึงช่วงสิ้นสุดสงครามใหม่ๆ เป็นฉากหลัง (ผมเองก็ไม่เชี่ยวชาญเรื่องประวัติศาสตร์สงครามโลกมากนัก แต่เท่าที่ความรู้งูๆ ปลาๆ ของผมจะบอกได้ก็คงประมาณนี้แหละครับ) กับการปฏิบัติภารกิจของหน่วยฟื้นฟูภัยพิบัติหลังสงคราม "พัมพ์คิน ซิสเซอร์ส" เพื่อคอยช่วยเหลือผู้คนที่ทุกข์ทรมานกับความเสื่อมโทรมของบ้านเมืองหลังสงคราม ซึ่งเต็มไปด้วยความอดอยาก โรคระบาด กระทั่งทหาร ข้าราชการ หรือขุนนางที่ทำตัวเป็นโจรปล้นประชาชนเสียเอง

เนื้อเรื่องสนุกครับ สื่ออารมณ์ของผู้คนในยุคสงคราม ความโหดร้ายของสงคราม และผลสะท้อนของสงครามต่อประชาชนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ได้น่าดูมาก แม้จะไม่ถึงกับเข้มข้นหรือหนักแบบสุดๆ เท่ากับบางเรื่อง แต่ก็ตื่นเต้นชวนติดตามมากในแต่ละบท ฉากต่อสู้ก็ทำได้มันส์ + ดิบ + โหดสะใจมาก (และด้วยความเคารพ...ในหนังสือการ์ตูนโหดกว่าในอนิเมซะอีกครับขอบอก) ยิ่งช่วงเล่มหลังๆ (น่าจะเล่ม 9) ตอนแรนเดลเอา "ตะไกรไชรถถัง" ออกมา "ไชเนื้อคน" นั่น... สยองสะใจจริงๆ เห็นแล้วอยากบอกกับพี่แกเลยว่า "พี่ครับ พี่ไปแคสติ้งเป็นมนุษย์กรรไกรในเกม Clock Tower เหอะพี่ เผื่อรวย"

รู้จักเรื่องนี้ครั้งแรกตอนเป็นอนิเมฉายทีวีที่ญี่ปุ่นครับ (โหลดซับดู) ดูแล้วติดใจในบุคลิกของแรนเดลกับอลิซ คู่พระคู่นางประจำเรื่องมาก (เจ้านายกับหมาเซนต์เบอร์นาร์ดชัดๆ ถึงอลิซจะบอกว่าแรนเดลเหมือน "ม้าที่เลี้ยงไว้ที่บ้าน" มากกว่าก็เถอะ) โดยเฉพาะแรนเดลที่ดูภายนอกเหมือนทหารบ้านนอกที่ดูซื่อๆ ทึ่มๆ ไม่เอาไหน (ยกเว้นตอนจุดตะเกียงเปิดโหมดโหด) แต่เอาเข้าจริงวุฒิภาวะหลายๆ อย่างกลับดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าอลิซเสียอีก...โดยเฉพาะในเรื่องการใช้ชีวิตผู้คนในช่วงสงคราม ทำให้หลายๆ ครั้ง แรนเดลดูจะเป็นคนที่เตือนสติอลิซให้สำเหนียกและเข้าใจในสิ่งที่อลิซไม่เข้าใจได้หลายเรื่องเลย

ดูอนิเมจบรีบไปหาภาคการ์ตูนมาอ่านทันที ช่วงแรกโหลดสแกนญี่ปุ่นอ่านเอง เพราะไม่รู้ว่ามีฉบับลิขสิทธิ์ด้วย ตอนหลังรู้ว่ามีเลยรีบไปซื้อมาอ่าน ซึ่งแม้จะจบด้วยความผิดหวังเพราะฉบับแปลลิขสิทธิ์นั้น แม้ไม่ถึงกับแปลแย่ แต่ก็มีข้อผิดพลาดใหญ่ที่สุดอย่างการแปลตำแหน่ง "ขุนนาง" ไปเป็นตำแหน่ง "เชื้อพระวงศ์" ไปซะงั้น (เรื่องนี้เคยตั้งกระทู้บ่นๆ ในนี้ไปแล้ว และเคยส่งเมล์ไปให้ทางวิบูลย์กิจด้วย ไม่รู้ว่าทางนั้นจะรับรู้และแก้ไขขนาดไหนเหมือนกัน)

แต่ไม่ว่ายังไง เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมชอบมากเรื่องหนึ่งครับ (แม้จะหาคนกรี๊ดด้วยกันไม่ค่อยจะได้ก็ตาม)



2. ไคมีร่า

การ์ตูนสงครามแนวย้อนยุคอีกแล้ว...แต่เรื่องนี้ย้อนยุคไปไกลจนถึงสมัยโบราณที่ยังใช้หอกดาบธนูรบกันอยู่นั่นแหละ เรื่องราวของ "ไคมีร่า" เผ่าอสูรร้ายรูปกายคล้ายมนุษย์ที่มีสายเลือดนักรบและนักฆ่าอยู่เต็มเปี่ยม เผ่าไคมีร่าเคยเป็นพันธมิตรของมนุษย์มาก่อน แต่แล้วจู่ๆ เผ่าไคมีร่าก็ก่อการกบฏรบกับเผ่ามนุษย์ เกิดเป็นสงครามนองเลือดครั้งใหญ่เรียกว่า "สงครามเคออส" (ในฉบับลิขสิทธิ์ของ NED เรียก "สงครามเคาส์" แต่ผมเห็นตัวคาตาคานะแล้วน่าจะเป็นคำว่า "เคออส" ที่หมายถึงความสับสนวุ่นวายมากกว่า) แม้จะเหนือกว่าทั้งพลังและฝีมือต่อสู้ แต่สุดท้าย เผ่าไคมีร่าก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในสงครามและถูกล้างเผ่าพันธุ์จนเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงส่วนน้อยแอบแฝงปะปนอาศัยอยู่กับเผ่าพันธุ์มนุษย์เท่านั้น (ซึ่งแน่นอนหากถูกจับได้ว่าเป็นไคมีร่า...ตายลูกเดียวไม่ต้องสั่งเสีย)

แม้สงครามเคออสจะสิ้นสุด แต่ไม่ได้หมายความว่าความขัดแย้งจะสิ้นสุด เผ่ามนุษย์ผู้ชนะสงครามกลับแก่งแย่งอำนาจกันเอง แตกออกเป็นแคว้นเล็กแคว้นน้อยจำนวนมากมาย ในหมู่แคว้นเล็กแคว้นน้อยนั้น แคว้น "เกวรองก์" คือแคว้นที่ทรงอำนาจทั้งทางการเมืองและการทหารสูงสุด แคว้นเกวรองก์มุ่งหมายจะรวมแผ่นดินกลับเป็นหนึ่งเหมือนครั้งก่อนสงครามเคออสอีกครั้ง จึงใช้กำลังทหารเข้าจู่โจม ผนวกแคว้นอื่นเข้าเป็นอาณาเขตของตนเองทีละน้อยโดยไม่มีผู้ใดต้านไว้ได้

สถานการณ์เช่นนี้เอง ที่นางเอกของเราปรากฏตัวขึ้นในฐานะแสงสว่างที่จะนำพาความสงบสุขมาสู่ดินแดนนี้

"ริน" เด็กสาวธรรมดาจากหมู่บ้านชาวนาเล็กๆ ในแคว้นเล็กๆ แห่งหนึ่ง รินใช้ชีวิตในหมู่บ้านอย่างสงบสุข โดยไม่เคยล่วงรู้ถึง "ความจริง" ในสายเลือดของตนเองเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งวันที่หมู่บ้านของเธอถูกทหารเกวรองก์ฆ่าล้างหมู่บ้าน ความโกรธแค้นในวันนั้น จุดประกายให้ "สายเลือดไคมีร่า" ที่หลับไหลในตัวรินตื่นขึ้นมา และฆ่าทหารเกวรองก์กลุ่มนั้นจนตายหมด รินตกใจกับความจริงอันโหดร้ายที่เพิ่งได้รับรู้เป็นอันมาก ด้วยความหวาดกลัวในสายเลือดของตนเอง รินเดินทางไปยังหุบเขาลึกในเขตชายแดน และใช้ชีวิตตามลำพังไม่ติดต่อสัมพันธ์กับผู้ใดอีก

2 ปีผ่านไป ในหุบเขาก็มีผู้มาเยือนคนหนึ่ง คนผู้นั้นคือ "ทัค" ทหารจากกองทัพแห่งแคว้นเคลย์มอร์ผู้รอดชีวิตมาจากการรบกับกองทัพเกวรองก์เพียงผู้เดียว ทัคเห็นรินเป็นผู้หญิงอยู่ตัวคนเดียวจึงชวนรินกลับแคว้นเคลย์มอร์ด้วยกัน ครั้งแรกรินปฏิเสธเพราะกลัวจะถูกพบความจริงเรื่องสายเลือดไคมีร่า แต่กลับเกิดเหตุการณ์สุดวิสัย ทำให้รินต้องเผยพลังแห่งสายเลือดของตนเองเพื่อช่วยทัคจากอันตราย แม้จะรู้ว่ารินเป็นเผ่าไคมีร่า แต่ทัคก็ไม่ได้รังเกียจ และยืนยันจะชวนรินกลับเคลย์มอร์เหมือนเดิม รินเห็นความจริงใจของทัค จึงตัดสินใจตอบตกลง

รินอาศัยอยู่ในแคว้นเคลย์มอร์อย่างมีความสุข จวบจนวันที่แคว้นเคลย์มอร์ตกเป็นเป้าจู่โจมของกองทัพเกวรองก์ (อีกแล้ว) นำโดย "กองอัศวินสีฟ้า" (เล่มแรกๆ แปลว่า "กองอัศวินเขียว" แต่เล่มหลังๆ แก้เป็นกองอัศวินสีฟ้าซึ่งน่าจะถูกมากกว่า) รินจึงต้องเผยพลังในฐานะไคมีร่าของตนเองอีกครั้งเพื่อปกป้องแคว้นอันเป็นที่รัก และรบยันจนกองทัพของเกวรองก์ล่าถอยไปได้สำเร็จ

หลังเสร็จศึกป้องกันเคลย์มอร์ รินก็ได้รู้ความจริง ว่า "ไคล์" เด็กชายคนหนึ่งในกลุ่มเด็กกำพร้าจากสงครามที่ตัวเองดูแลอยู่นั้น แท้จริงเป็นถึงรัชทายาทคนเดียวของจักรวรรดิ ซึ่งการที่เกิดสงครามและความขัดแย้งภายในนั้น เนื่องมาจากเจ้าหญิงรัชทายาทเพียงผู้เดียวของจักรพรรดิ์ผู้ปกครองดินแดนทั้งหมดได้หายสาบสูญไป และไคล์ก็คือบุตรของเจ้าหญิงองค์นั้น ดังนั้น การที่จะทำให้สงครามครั้งนี้ยุติลงได้ จำเป็นต้องมีจักรพรรดิ์องค์ใหม่โดยเร็วที่สุด

ด้วยเหตุนี้ รินและทัค จึงต้องออกเดินทางพาไคล์ออกจากนครเคลย์มอร์เดินทางสู่นครศักดิ์สิทธิ์ ซาลาส เพื่อเข้าพิธีสวมมงกุฎขึ้นเป็นจักรพรรดิ์ เพื่อยุติสงครามและความขัดแย้งทั้งปวง

ก็ประมาณนี้แหละครับ ถ้าเล่าแบบรวบๆ ตัดเอารายละเอียดปลีกย่อยออกไปหมดแล้ว ส่วนเรื่องราวหลังจากเดินทางสู่ซาลาสจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ขอให้ลองตามดูในหนังสือจะดีกว่าครับ

เรื่องนี้หากอ่านช่วงสองสามเล่มแรกอาจดูว่าเฉยๆ ค่อนข้างแย่ เส้นก็ไม่ได้สวย เนื้อเรื่องก็ดูน่าเบื่อ แต่ขอแนะนำให้ทนอ่านไปจนถึงเล่ม 4 ครับ เพราะลายเส้น + เนื้อเรื่องจะค่อยๆ มันส์ขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงเล่ม 7 - 8 เรื่องของเมืองชามชิล เมืองของเหล่านักล่าไคมีร่า ซึ่งเป็นตอนเปิดตัว "กาลาแฮ้ด" (ในเล่มแปล "กราฮาท" แต่ผมดูตัวคาตาคานะน่าจะเป็นชื่อนี้มากกว่า) เทพนักรบเจ้าของฉายา "วายุคลั่ง" ผู้จะเป็นอาจารย์สอนวิชาดาบชั้นสุดยอดให้กับทัค และเป็นตอนที่เปิดเผยถึงอดีตของรินให้ชัดเจนมากขึ้นไปอีก

อีกช่วงที่มันส์ก็คือช่วงเล่ม 9 - 10 ซึ่งเป็นช่วงเล่มที่ "สังฆราชมาทิลด้า" ตัวเอกอีกคนของเรื่องนี้มีบทเด่นที่สุด (มาทิลด้าคนนี้ภายหลังจะเป็นตัวละครสำคัญในภารกิจหยุดสงครามของพวกรินนั่นทีเดียว เพราะต้องเป็นคนที่ทำพิธีสวมมงกุฎให้กับไคล์ เพื่อให้ไคล์ได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิ์องค์ใหม่ สงครามจะได้ยุติ) และเป็นตอนเปิดตัว "ไซเฟอร์" ไคมีร่าลึกลับในชุดเกราะสีดำ กับพวกพ้องไคมีร่ายอดฝีมืออีก 5 คน ซึ่งจะเป็นศัตรูคนสำคัญอีกคนของพวกรินนอกจากรูดอล์ฟ หัวหน้าวิศวกรแห่งกองทัพเกวรองก์ในช่วงต่อไป

แต่สำหรับผม (ที่อ่านต้นฉบับญี่ปุ่นจนจบแล้วทั้งภาค 1 และภาค 2) เนื้อเรื่องช่วงที่สนุกที่สุด คือเนื้อเรื่องช่วงเล่ม 13 - 16 (จบภาคแรก) ครับ เพราะเป็นช่วงที่พวกรินกับแก๊งค์ไคมีร่า 6 คนเข้าปะทะกัน ณ เมืองฟัลซิออน อดีตเมืองหลวงของเผ่าไคมีร่า และช่วงสงครามในภาคสุดท้าย Final Chronicle ซึ่งออกมา 2 เล่มจบ กล่าวถึงสงครามครั้งสุดท้ายระหว่างเกวรองก์กับพวกริน ซึ่งทั้ง 2 ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่ให้อารมณ์ "มหากาพย์" ที่สุดแล้ว ทั้งฉากรบสุดอลังการ ทั้งช็อตเท่ๆ ของเหล่าตัวละครเทพๆ ทั้งหลาย รวมถึงบทสรุปสุดท้ายที่ขมวดปมลงได้อย่างยิ่งใหญ่น่าประทับใจ ทำให้สำหรับผมแล้ว เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องนอกสายตาที่ยอดเยี่ยมมากเรื่องหนึ่งเลยล่ะครับ

ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่า NED จะเข็นเล่ม 10 จนถึงเล่มจบออกมาโดยไวแฮะ เพราะเนื้อเรื่องจะเริ่มมันส์จนถึงที่สุดในช่วงเล่ม 10 นี่แหละ (ยิ่งไปถึงภาค Final Chronicle ด้วยจะดีมาก...เพราะเนื้อเรื่องกับเหตุการณ์มัน Epic จริงๆ)

สรุปแล้ว เรื่องนี้โทนเรื่องก็เหมือนกับ Pumpkin Scissors นั่นแหละครับ คือเน้นเรื่องสิ่งที่เป็นผลจากสงคราม แต่เรื่องนี้ออกจะเน้นที่ตัวบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม เน้นที่ผลของสงครามที่สามารถเปลี่ยนคนจากคนดีๆ ให้เป็นปีศาจไปได้ในชั่วข้ามคืน มากกว่าจะพูดถึงผลของสงครามในภาพรวมเหมือน Pumpkin Scissors ยิ่งตอนพูดถึงอดีตของนักรบไคมีร่าทั้ง 6 แต่ละคนนี่...อึ้งไปเลยครับ...ฟังแล้วไม่อยากเชื่อว่ามนุษย์จะทำเรื่องโหดร้ายได้ถึงขนาดนั้นเลย ผมยังแปลกใจเหมือนกันที่เรื่องนี้ในไทยไม่ค่อยจะดัง ทั้งๆ ที่เหตุการณ์ช่วงปลายภาคมัน Epic ถึงขนาดนั้น (ที่ญี่ปุ่นรู้สึกมีภาคนิยายออกมา 2 เล่มด้วยนะครับ เป็นเรื่องราวในช่วงสงครามเคออส ก่อนหน้ายุคของพวกรินหลายปีเหมือนกัน)



เขียนไปเขียนมาจะกลายเป็นแนะนำการ์ตูนที่ชอบไปซะแล้วแฮะ เอาเป็นว่าทุกท่านมีเรื่องไหนที่ชอบ แต่หาคนคุยด้วยไม่ค่อยจะได้แบบนี้บ้างอีกไหมครับ ถ้ามี ลองมาแชร์ความสนุกของการ์ตูนเรื่องนั้นกันดูหน่อยครับ (เผื่อจะได้อยากลองอ่านดูบ้าง)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Pumpkin Scissorsเนี่ยผมก็ชอบมากเลยครับ
แต่ก็อย่างว่า ผมว่าการ์ตูนใหม่ๆน่าดูหลายเรื่องต้องเงียบไป
ก็เพราะทาบรัศมีการ์ตูนเก่าไม่ได้
หลายๆเรื่องก็เงียบๆแล้วพอเป็นอนิเมก็ดังเป็นพลุแตก = ="
กาลเวลา ทำให้กระแสเปลี่ยนเหมือนกันสินะ...

#1 By Hozenki on 2009-01-17 19:52

แต่เรามีการ์ตูนที่ชอบมากและไม่เปลี่ยนเลยก็คือ
เรื่อง bleach

แต่สองเรื่องแนะนำก็น่าสนใจนะ

อืมมม...
ไคมีร่านี่รู้สึกจะคุ้นๆ แฮะ
เดี๋ยวว่างๆ จะลองหามาอ่าน/ดูนะคะ >.<

#3 By [UdE - - MiwA]~!! on 2009-01-17 20:45

เคยอ่านไคมีร่าด้วยค่ะ สนุกดี แต่เพื่อนไม่ยอมเอามาให้อ่านต่อ
ตอนนี้ก็จำไม่ได้ว่าอ่านถึงเล่มไหนแล้ว
ไว้ต้องไปยืมมาอ่านใหม่ตั้งกะต้นดีกว่าค่ะ ^^

#4 By =NaMi= on 2009-01-17 21:54

ม่ายเคยอ่านคร่า เดี๋ยวจะลองหามาอ่านดูบ้าง ^^

#5 By ゚ベ★MOKO on 2009-01-17 22:09

ผมก็ชอบ Pumpkin Scissors นะครับ เนื้อเรื่องเจ๋งมากๆ เสียดายที่ไม่ค่อยดัง

#6 By Tharathorn of Cumulonimbus on 2009-01-17 23:50

open-mounthed smile confused smile

#7 By โปรแกรมบัญชี (124.120.36.166) on 2009-01-18 22:37

ชอบ Natsume Yuujinchou ล่ะค่ะ

เรื่องนี้เล่าเรื่องของ "นัตสึเมะ" หนุ่มน้อยที่มองเห็นปีศาจ (โยไก) กับ ยูจินโจ (友人帳)สมุดบันทึกชื่อปีศาจที่ย่าของนัตสึเมะทิ้งไว้ให้

แต่ถึงเนื้อเรื่องจะปูมาว่าอย่างนั้น เรื่องนี้ก็ไม่ใช่การ์ตูนแอคชั่น ไม่มีอะไรฉูดฉาด แฝงความอบอุ่นเอาไว้ในความเหงา

ปีศาจที่นัตสึเมะเข้าไปเกี่ยวข้องล้วนแต่มีเรื่องราวของตัวเองที่พออ่าน/ดูอนิเมจบ ก็ทิ้งตะกอนความเหงา ความอบอุ่นเอาไว้ให้ได้คิดต่อ

ถ้าจะว่าไป เรื่องนี้ก็คงคล้ายๆกีฏจารย์ มีสเน่ห์ในความเรียบเรื่อย อ่านแล้วรู้สึกดีค่ะsurprised smile

#8 By Asana Fay on 2009-01-25 23:30